Skip to main content

Macrophar

คุณแม่มือใหม่ ท่อน้ำนมอุดตัน ทำอย่างไรดี ?

เมื่อมีบุตรแล้วแม่ๆหลายคนอาจจะประสบปัญหา..ท่อน้ำนมอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่น้ำนมบริเวณที่เกิดการอุดตันนั้นข้นขึ้นมาก จนอุดตันคั่งค้างอยู่ในท่อน้ำนมท่อใดท่อหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้น้ำนมไม่ไหล หรือ ไหลช้า จนอาจก่อให้เกิดอาการน้ำนมคั่งค้างอยู่ภายในเต้านม ส่งผลให้เต้านมบางบริเวณมีลักษณะแข็ง เป็นแผ่นหนา หรือเป็นก้อนอยู่ภายในเต้านม โดยไม่ได้เป็นทั่วทั้งเต้านม ผิวหนังที่บริเวณเหนือก้อน กดเจ็บ และอาจจะบวมแดงได้แต่จะไม่มีไข้ควบคู่ ลักษณะหัวนมและลานหัวนมผิดรูป บางครั้งอาจมีเส้นเลือดที่ผิวหนังของเต้านมปูด และอาจพบจุดสีขาวที่บริเวณหัวนม (White dot)  จะรู้ได้อย่างไรว่าท่อน้ำนมอุดตัน ? เมื่อคลำดูจะพบว่าว่ามีก้อนแข็งเป็นไตบริเวณเต้านม เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บและอาจมีอาการบวมแดง บางครั้งยังอาจก่อให้เกิดจุดขาวที่หัวนม (white dot) ทั้งยังทำให้คุณแม่ปวดระบมเต้านมอีกด้วย นอกจากนี้คุณแม่หลายๆท่านจะพบว่า น้ำนมไหลน้อยลงเนื่องจากก้อนอุดตันไปขวางทางเดินของน้ำนม  วิธีรับมือกับท่อน้ำนมอุดตัน 1.ให้นมลูกบ่อยๆอย่างน้อย 8-12 ครั้ง / วัน และดูดนานอย่างน้อยข้างละ 15-20 นาที และคุณแม่มือใหม่ควรให้ลูกกินนมแม่บ่อยตามที่ลูกต้องการ หิวเมื่อไรก็ให้ดูด เพราะนมแม่นั้นย่อยง่าย ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆ อาจจะประมาณทุก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมมา หลังจากนี้ก็ให้ลูกดูดตามต้องการ โดยไม่ต้องตั้งเวลา แต่ถ้ารู้สึกคัดเต้านม ต้องให้ลูกดูดนมออกทันที การให้ลูกกินนมแม่บ่อยจะช่วยระบายน้ำนมออกจากเต้า และให้เต้านมสร้างน้ำนมใหม่เรื่อยๆ ไม่เช่นนั้น คุณแม่จะเจ็บเพราะคัดเต้านม และทำให้เต้านมสร้างน้ำนมได้น้อยลงด้วย  2.ปั๊มนมให้สม่ำเสมอ คุณแม่ควรปั๊มนมให้ได้ประมาณ 8 – 10 ครั้งต่อวัน เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนครั้งที่ลูกดูดนมในแต่ละวัน 3.จัดท่าดูดนมลูกให้ถูกวิธี โดยท่าดูดนมลูกที่ถูกต้องมี ดังนี้ ปากลูกต้องเปิดกว้าง เพื่ออมหัวนมให้ลึกที่สุดจนมิดลานนม ถ้าลานนมกว้างก็ให้อมให้มากที่สุด คางแนบเต้า ปลายจมูกชิดหรือแตะเต้านม และริมฝีปากบน-ล่างบานออก ลูกดูดแรงโดยใช้ลิ้นรีดน้ำนมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ได้ยินเสียงกลืนนมเป็นจังหวะ ถ้าลูกไม่ค่อยดูดหรือดูดช้าลง ให้บีบเต้านมช่วยเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมเข้าปากลูก จัดท่าให้คางลูกอยู่ตรงตำแหน่งที่เป็นก้อนเน้นให้ดูดตรงเต้าที่มีก้อนแข็งก่อน 4.พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด หากคุณแม่มีภาวระเครียดจะทำให้การหลั่งฮอร์โมน Oxytocin ที่ทำให้น้ำนมไหลลดลง 5.นวดกระตุ้น เพื่อให้น้ำนมไหลลดอาการคัดเต้า แก้ปัญหาปวดคัดตึง 6.ประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่น 3-5 นาที ก่อนให้ลูกดูดนม หรือนวดคลึงเต้านมขณะอาบน้ำอุ่นด้วยฝักบัว 7.ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ Lecithin (เลซิติน) จะไปช่วยลดความหนืดของน้ำนมทำให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น ป้องกันในเรื่องของท่อน้ำนมอุดตัน 7 สุดยอดอาหารกระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่และเมนูแนะนำ 1.หัวปลี : มีสาร lactagogum จะไปกระตุ้นการสร้างฮอร์โมน oxcytocin and prolactin ซึ่งเป็นอฮร์โมนที่สำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ และฮอร์โมน 2 ตัวนี้จะทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อได้รับการดูดจากลูกน้อย เมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ แกงเลียงหัวปลี ยำหัวปลีกุ้งสด ทอดมันหัวปลี 2.ขิง : สรรพคุณทางสมุนไพรของขิง เป็นยาร้อน เพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำนมไหลดี เชื่อว่าเมื่อคุณแม่กินเข้าไป สรรพคุณที่ดีของขิงจะผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูก เมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ ไก่ผัดขิง น้ำขิง ยําขิง ยําปลาทูใส่ขิง มันหรือถั่วเขียวต้มน้ำขิง ไข่หวานน้ำขิงต้มอุ่นๆ โจ๊กใส่ขิง 3.ใบกระเพรา : มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส ใยอาหารสูง มีรสร้อน บำรุงธาตุไฟ ขับลม เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้มีน้ำนมมากขึ้น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หวัด ถ้าลูกได้รับจากนมแม่ ก็จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้ด้วย เมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ ผัดกระเพรา แกงป่า แกงเลียงใบกระเพรา 4.กุยช่าย : มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก คาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน วิตามินซี ช่วยขับน้ำนม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมเเมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ ดอกกุ้ยช่ายผัดตับ ขนมกุ้ยช่าย ใบสดๆเป็นเครื่องเคียงทานคู่กับผัดไทย ผัดดอกกุยช่ายกับเนื้อสัตว์ หรือกินใบสดแกล้มกับอาหาร 5.ใบแมงลัก : มีรสร้อน มีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี และวิตามินซี ช่วยบำรุงเลือด เสริมสร้างกระดูกและฟันเมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ ใส่แกงเลียง แกงป่า กินสดแกล้มกับขนมจีน 6.มะละกอ : ผลไม้ที่หาทานได้ง่าย มีวิตามิน เอ บี ซี และใยอาหาร ซึ่งช่วยบำรุงสายตา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้ระบบขับถ่ายดี เมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ ทานผลสุก แกงส้มมะละกอ มะละกอผัดไข่ 7.ฟักทอง : ผักเนื้อเหลือง อุดมไปด้วยวิตมิน เอ บี ซี ฟอสฟอรัส เบต้าแคโรทีน ทำให้ผิวพรรณสดใสเมนูอาหารเพิ่มน้ำนมแม่แนะนำ ได้แก่ นึ่ง แกงบวด ผัดใส่ไข่ ใส่ไข่เจียว แกงเลียง อาการท่อน้ำนมอุดตัน หากปล่อยทิ้งไว้นาน และไม่ได้รับการรักษา สามารถพัฒนาไปเป็นเต้านมอักเสบได้ แต่ถ้าคุณแม่ดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ดี เสริมด้วยการทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ Lecithin (เลซิติน) พร้อมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ไม่เครียด ก็จะสามารถช่วยลดอาการอุดตันท่อน้ำนมในเบื้องต้นได้ และถ้าคุณแม่ท่านใดมีความกังวลในเรื่องท่อน้ำนมอุดตัน สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้คำแนะนำเพิ่มเติม

Zinc แร่ธาตุตัวจิ๋ว สำหรับทุกคนในครอบครัว

แร่ธาตุสังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่มีมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกายหลายส่วนช่วยในการควบคุมให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีส่วนช่วยในการทำงานของเอ็นไซม์ต่างๆของร่างกายถึง 300 ชนิด ซึ่งรวมถึงกระบวนการย่อยและเผาผลาญสารอาหารต่างๆ และมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย กระบวนการสังเคราะห์สารพันธุกรรม ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท ฮอร์โมน รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน เช่นการสร้างภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต การทำงานของฮอร์โมน จึงกล่าวได้ว่าแร่ธาตุชนิดนี้ช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ป่วยบ่อย ช่วยเรื่องการซ่อมแซมบาดแผล ทำให้แผลหาดเร็วขึ้น ช่วยเรื่องการเผาผลาญ ช่วยเรื่องการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมไปถึงช่วยเสริมเรื่องการรับรู้รสและกลิ่นอีกด้วย โดยปกติแล้วร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้าง Zinc (ซิงค์) ขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่มี Zinc (ซิงค์) เป็นส่วนประกอบโดยเฉลี่ยในปริมาณ 15 mg ต่อวัน ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณ Zinc (ซิงค์) สูงได้แก่ อาหารทะเล หอยนางรม เมล็ดทานตะวัน เห็ด เนื้อหมู ไข่ ข้าวกล้อง ถั่วลิสง ปลา จมูกข้าวสาลี แป้งงา เมล็ดฝักทอง ธัญพืช เครื่องเทศ ผักโขม เป็นต้น ซิงค์ เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่ต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อย หากเราสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ร่างกายของเรามักจะไม่ขาดแร่ธาตุสังกะสีนี้ แต่อาจมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ร่างกายของเราได้รับซิงค์ไม่เพียงพอ เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่เป็นประจำก็อาจทำให้ร่างกายขาดซิงค์ได้ การใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างก็อาจส่งผลให้ร่างกายขาดซิงค์ได้เช่นกัน เช่น ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ หรือผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก อาจรับประทานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้ขาดซิงก์ได้ Zinc ประโยชน์ครบครัน ที่มีต่อสุขภาพร่างกาย 1.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้แร่สังกะสีในการทำงานของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า T-cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยในการควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ Zinc (ซิงค์) ยังมีคุณสมบัติในการช่วยต้านการเพิ่มขึ้นของปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกาย (Antiviral) หยุดการเจริญของเชื้อ รวมทั้งการเกาะจับของเชื้อในร่างกาย Zinc (ซิงค์) ยังมีฤทธิ์ต้านอักเสบ จึงช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อ เช่นโรคปอดอักเสบ เป็นต้น เมื่อเป็นหวัด Zinc (ซิงค์) จะลดความรุนแรงของอาการ ลดระยะเวลาการเป็นหวัด และหายจากโรคหวัดเร็วขึ้น และ หากร่างกายได้รับ Zinc (ซิงค์) ร่วมกับวิตามินซีเป็นประจำทุกวันยังช่วยป้องกันหวัดได้ 2.ช่วยรักษาผมร่วง บำรุงผม และเล็บให้แข็งแรง เป็นแร่ธาตุที่มีช่วยการเจริญเติบโตของเส้นผมและเล็บ โดยมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเซลล์ใหม่ซ่อมแซมผมและเล็บที่อ่อนแอให้เจริญเติบโตและแข็งแรงมากขึ้น และยังช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะจึงลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 3.ช่วยฟื้นฟูบาดแผลให้หายเร็วขึ้น มีส่วนสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์และโครงสร้างของผิวหนัง ซึ่งพบว่าในระยะที่ร่างกายต้องการสร้างเซลล์ใหม่หลังผ่าตัดหรือเป็นแผลต่างๆจำเป็นต้องมีขบวนการนี้มากขึ้นเสมอ Zinc (ซิงค์) ช่วยให้ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซม หรือสมานแผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น  4.ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศชายช่วยเพิ่มจำนวนของอสุจิ มีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์  ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศชาย จากการศึกษา พบว่าการรับประทานแร่ธาตุสังกะสีวันละ 24 มิลลิกรัมต่อเนื่อง 45-50 วันช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายรวมถึงจำนวนและการเคลื่อนไหวของอสุจิได้อย่างชัดเจนจึงช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรสำหรับผู้ชายที่มีบุตรยากได้ 5.ช่วยรักษาสิวและสมานแผล รักษาสมดุลของปริมาณไขมัน ตามรูขุมขนที่ผิวหนัง ควบคุมปัญหาการเกิดสิวอุดตันรูขุมขนจากไขมันมากเกินไป และลดอาการอักเสบ ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ให้กับผิว ส่งผลให้เซลล์ผิวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่มีสุขภาพดี และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวด้วย   6.ช่วยฟื้นฟูการรับรสชาติและรับกลิ่นได้ดีขึ้น สำหรับผู้ที่มีอาการเบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง รับประทานอาหารแบบเดิมๆ และรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายคนมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะมีภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสีได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อต่อสุขภาพ เช่น หน้ามืด อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลง และภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายเจ็บป่วยบ่อย ดังนั้นการเสริมซิงค์จะช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุสังกะสีให้ร่างกาย และฟื้นฟูการรับรสชาติและรับกลิ่นได้ดีขึ้น จึงสามารถช่วยแก้อาการเบื่ออาหารและสามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น  ในส่วนของผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 ในบางรายอาจมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรสหรือเรียกว่าอาการ Long COVID ซึ่งเกิดจากเชื้อโควิดที่แพร่กระจายเข้าไปที่เซลล์ประสาทการดมกลิ่นในโพรงจมูก ทำให้เซลล์ประสาทรับกลิ่นทำงานผิดปกติ ซึ่งการเสริมซิงค์ก็สามารถช่วยฟื้นฟูการรับรสและการได้กลิ่นให้กลับมาเป็นปกติ จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย หากมีภาวะขาด Zinc? การที่ร่างกายมีภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) เป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆกับร่างกาย ดังนี้ 1.การรับรู้รสและกลิ่น ลดลง จากอุบัติการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พบว่าผู้ติดเชื้อ ที่มีอาการการรับรู้รสและกลิ่นหายไป สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ร่างกายขาดแร่ธาตุสังกะสี 2.ภูมิคุ้มกันลดลง เป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อโรค หรือเชื้อไวรัสง่ายขึ้น จึงทำให้ป่วยบ่อย 3.การเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆลดลง ผมร่วงมากกว่าปกติ มีปัญหาผมแตกปลาย , เล็บเปราะหรือแตกหักง่าย เล็บเป็นจุดสีขาว , ผิวหนังแห้งและอักเสบ , บาดแผลหายช้า , สมรรถภาพทางเพศลดลง , การเจริญเติบโตลดลง เด็กมีโอกาสเตี้ย แคระแกรน ถึงแม้ร่างกายจะต้องการซิงค์ในปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่ซิงค์ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายขาดไม่ได้เช่นกัน และการรับประทานอาหารให้หลากหลายเป็นประจำอาจช่วยเพิ่ม Zinc ให้กับร่างกายอย่างเพียงพอ แต่การได้รับ Zinc เพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงโดยร่วมได้ ดังนั้นนอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว ควรออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์